Friday, October 03, 2008









โลกของ virtual studio


iPhone/iPod Touch Audio Apps Round Up!


ผู้เขียนหยิบประเดนในแง่ของการนำมาใช้เล่นดนตรีมานำเสนออยู่เสมอนับตั้งแต่การเปิดตัว iPhone เมื่อต้นปีที่แล้ว จนถึงในช่วงหลังที่มีการเปิดตัว SDK และการเปิด App Store ของ Apple เพื่อกระตุ้่นให้เกิดการพัฒนาซอฟต์แวร์บน Platform ที่เป็นอนาคตนี้พุ่งทะยานจนทะลัก ผู้เขียนก็ไม่สามารถแนะนำได้ทีละ 1-2 ตัวอีกต่อไป เพราะมี App เกิดขึ้นใหม่เยอะมากจริงๆ ซอฟต์แวร์ดนตรีเป็นหนึ่งในประเภทที่มีการสร้างกันมากที่สุดประเภทหนึ่ง อันเนื่องมาจากรูปแบบการควบคุมของมนุษย์กับ iPhone นั้นเอื่ออำนวยมาก



ผู้เขียนขอคัดเลือกตัวที่คิดว่าน่าสนใจที่สุดมาลงรายละเอียดให้ดูกันครับ แต่ขอออกตัวก่อนว่าบทความนี้เป็นเพียงการโฟกัสไปที่เทรนด์ใหม่ๆ ของเครื่องดนตรีที่เกิดขึ้นบนโลก ซอฟต์แวร์เกือบทั้งหมดอาจไม่ได้ใช้จริงในสถานะการณ์ระดับอาชีพปัจจุบัน มันเป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ สร้างความสนุกสนานในยามที่เราต้องรอเวลาเพื่อทำอะไรซักอย่าง ไปจนถึงการได้เรียนรู้ในศักยภาพของ Platform ใหม่ที่เป็นต้นแบบการใช้อุปกรณ์มือถือของวันนี้และต่อไปอีกหลายปีข้างหน้า ถ้ายอมรับในเงื่อนไขเหล่านี้แล้ว เราไปชมกันทีละตัวเลย...



Band จาก MOO-COW-MUSIC


ราคา $9.99


เว็บไซต์ http://moocowmusic.com/Band/






BAND ได้รับความสนใจจากมวลชนอย่างมาก และน่าจะเป็นซอฟต์แวร์ดนตรีที่มีผู้รู้จักมากที่สุด เนื่องมาจากการได้ไปปรากฏตัวบนเวที Keynote ของงาน WWDC 08 ก่อนการเปิดตัว 3G iPhone เพียงไม่กี่นาที




BAND เป็นซอฟต์แวร์ที่ถือว่าครบเครื่องเพราะมีเครื่องดนตรีหลักๆ อย่างเปียโน เบส กลอง กีตาร์ และแม้แต่ผู้ชมก็ถูกยกมาใส่ไว้ด้วย เพื่อสร้างเสียงบรรยากาศให้เหมือนกับการแสดงสด การเล่นเครื่องดนตรีต่างๆ ก็อาศัยรูปแบบหน้าตาของเครื่องดนตรีจริง มาให้เราสัมผัสได้ตรงๆ ส่วนกลองนั้นจะมีหน้าอินเตอร์เฟซแบบ 16 Pad MPC



เราสามารถบันทึกการเล่นทุกอย่างเพื่อนำมา Playback ฟังคราวหลังได้ โดยเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นจะให้เราปรับความดังและแพนรวมไปถึง Solo-Muted ได้



ไฮไลท์อีกอย่างของ BAND คือระบบ Auto Accompaniment แบบ 12 Bar Blue ที่ให้เราแจมเล่นได้อย่างสนุก แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ Export งานของเราออกมาเป็นไฟล์เพลงได้ ใครสนใจลองชมวิดีโอการเล่นที่เว็บของผู้ผลิต จะช่วยให้เห็นภาพได้ชัดเจนกว่ามากเลยครับ



Pianist จาก MOO-COW-MUSIC


ราคา $5.99


เว็บไซต์ http://moocowmusic.com/Pianist/






ยังคงอยู่กับผู้ผลิตรายเดิมครับ Pianist เป็น App ที่ตัดจาก Band มาเฉพาะส่วนที่เป็น Piano เหมาะสำหรับนักเปียโนที่ต้องการบันทึกไอเดียเก็บไว้ หรือเล่นแจมกับเพื่อนสนุกๆ เพราะมันเป็นแบบ 88 คีย์ กดได้สูงสุดถึงทีละ 5 คีย์ แต่ละโน้ตแซมเปิ้ลมาจากเปียโนจริงๆ นั้นหมายความว่าคุณภาพเสียงดีมาก มี Visual Feedback แสดงให้รู้ว่าคีย์ไหนถูกเล่นอยู่ หรือแม้แต่ Soft กับ Sustain Pedal ก็มีมาให้ใช้ โดยรวมแล้วถือว่าเป็น Piano App ที่ดีที่สุดในตอนนี้ครับ



MixMeister Scratch


ราคา ฟรี!!


เว็บไซต์ http://www.mixmeister.com/scratch/mmscratch.asp



ถือเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์ดีเจชั้นนำอีกรายหนึ่ง ที่ทำ iPhone App เพื่อการโปรโมทซอฟต์แวร์บน PC เป็นหลัก ไม่ได้ต้องการจะทำมาเพื่อหากำไรโดยตรง ซึ่งเป็น Business Model ที่นิยมกันมาก ในหมู่ผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายใหญ่ครับ

MixMeister เป็นซอฟต์แวร์ดีเจตัวแรกบน Platform นี้เลย การใช้งานก็ง่ายมาก เพราะไม่มีอะไรอย่างอื่นให้เล่น นอกจาก Scratch!? ครับ แค่โหลดเพลงขึ้นมาเล่น แล้วถูๆ ขัดๆ เราก็จะได้ยินเสียงเหมือนกันถูแผ่น Vinyl อีกฟังก์ชันหนึ่งคือ Volume Control ผู้เขียนเองก็คาดหวังไว้ว่าจะมีการปรับปรุงเพิ่มเติม หรือมี App ตัวใหม่ ที่สามารถเล่นเสียงได้แบบ Multi-Track มี Effect อย่างอื่นนอกจากเสียง Scratch สามารถบันทึกแล้วนำมายำเสียงได้ใหม่ แบบเดียวกับที่ทำได้บน DScratch ของ NDS ครับ

Intua BeatMaker

ราคา $19.99

เว็บไซต์ http://www.intua.net/products.html



ถือเป็นซอฟต์แวร์ที่ราคาเกินมาตรฐานไปช่วงตัวครับ (ราคาเฉลี่ยที่ขายกันโดยส่วนใหญ่อยู่ที่ $9.99) เพราะ
Intua BeatMaker นั้น เป็นชุดซอฟต์แวร์ที่ทำงานเพลงได้ครบเครื่องในตัวเลย เครื่องมือหลักๆ ประกอบด้วย Sampler ควบคุมผ่าน 16 Pads สไตล์ MPC เราสามารถอิดิต Sample หรือทำ Slice ได้ ตัวซีเควนเซอร์ทำหน้าตาได้คล้ายกับ TamTam บน XO-1 มาก แต่ตัว Step Sequencer ถือเป็นการสร้างอินเตอร์เฟซได้หน้าสนใจและไม่เหมือนใคร มีเอฟเฟกต์มาให้ 3 ตัว คือ beat-synced delay กับ 3-Band EQ และ Distortion ถือเป็นอีกตัวที่น่าสนใจ ที่สร้างจากผู้ผลิตชื่อใหม่แต่ประสบการณ์แข็งปึ๊ก และกำลังขายดีใน App Store ขณะนี้ครับ

ชุดซอฟต์แวร์ Generation/Analysis จาก faber acoustical

ราคาเริ่มต้นที่ $9.99 ถึง 24.99

เว็บไซต์ http://www.faberacoustical.com/products/iphone/

faber acoustical คือกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านวิเคราะห์ Acoustic บน Mac โดยเฉพาะ ก็เลยไม่ค่อยแปลกเท่าไรที่ข้ามมาเล่นบน iPhone เพราะใช้พื้นฐานเหมือนกัน ต่างกับกรณีของ MixMeister ที่เดิมทีทำบน Windows อย่างเดียวแล้วข้ามมา iPhone เลย แนวทางการทำ App ก็เลยติดจาก Mac มาค่อนข้างเยอะ คือทำซอฟต์แวร์ที่เน้นหน้าที่ในการทำงานด้านเดียว มากกว่าจะเป็น App เดียวทำได้ทุกอย่าง ผลลัพธ์ออกมาจึงกลายเป็น 3 โปรแกรมย่อยดังนี้ครับ


SignalScope เป็น Spectrum Analyser และ Oscilloscope จุดที่น่าสนใจคือ มันไม่เพียงแต่แสดงข้อมูลของสัญญาณเสียงเท่านั้น เพราะแม้แต่สัญญาณที่รับมาจาก Accelerometer ก็ยังวิเคราะห์ได้ การแสดงผลสามารถซูมได้ และจับภาพเก็บไว้ในอัลบั้มบน iPhone เพื่อเก็บไว้ดูภายหลัง เรื่องราคาค่อนข้างสูงอยู่นิดครับ คือ $24.99

SoundMeter เน้นไปที่การวัดระดับความดังครับ มีทั้งโหมด Flat/A/C Frequency Weighting จุดที่อาจเป็นข้อจำกัดก็น่าจะอยู่ที่ตัวไมค์บน iPhone ซึ่งจะรับความดังสูงสุดที่ 105dB เท่านั้นครับ ในอนาคตอาจมีการออกแบบไมค์ที่ดีกว่านี้ต่อผ่าน iPhone ในช่อง Headset เพื่อไดนามิกที่ดีกว่า ทางผู้ผลิตยังไม่แนะนำให้ใช้กับ iPhone รุ่นแรกอีกด้วย ราคาอยู่ที่ $19.99


SignalSuite ชื่อของมันอาจทำให้สับสน เพราะมันเป็นเพียงซอฟต์แวร์ตัวเดียว (Suite น่าจะหมายถึง Waveform หลายตัว) มันคือเครื่องมือสร้าง Noise และ Waveform สำหรับการทดสอบในหลายๆ แง่มุมครับ ตั้งแต่ Periodic Signal อย่าง Sine, Triangle, Square ไปจนถึง Noise หลายรูปแบบ ไปจนถึงการทำ Frequency Sweep ราคาถูกที่สุดในรุ่นคือ $9.99

ต่อข้อสงสัยในเรื่องคุณภาพในเรื่องไมค์หรือลำโพงของ iPhone ว่าจะถึงระดับที่มืออาชีพต้องการใช้งานหรือเปล่านั้น ค่อนข้างเป็นที่กังขาครับ เพราะอย่างที่รู้กันว่า iPhone รุ่นใหม่นั้นผ่านมาตรฐาน ECM ทางผู้ผลิตซอฟต์แวร์เองก็ยืนยันว่าค่อนข้าง Flat ยกเว้น iPhone รุ่นแรก แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าไมค์นั้น อาจมีการปรับแต่งบางจุดเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการส่งสัญญาณเสียงพูดคุยของมนุษย์ ตั้งแต่ตำแหน่งของไมค์บนฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงวงจร Filter กรองเสียงจำกัดย่าน ไปจนถึง Codec แต่จากการอ่านความเห็นของผู้ใช้หลายๆ ท่านก็พบว่ามันค่อนข้างแม่นยำเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ระดับอาชีพอื่นๆ สำหรับงานที่ต้องการความคล่องตัวและรวดเร็ว ผู้เขียนคิดว่ามันทางเลือกที่ดีครับ และมีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้ผลิตรายอื่นรวบรวมความสามารถของ 3 โปรแกรมนี้เข้าเป็นโปรแกรมเดียวอย่างที่เราคุ้นเคย และขายในราคาที่ถูกกว่าได้ครับ ถ้าไม่รีบใช้จริงๆ อดใจรออีกนิด

Luminiar จาก SyntheFX

ราคา $99.99

เว็บไซต์ http://www.synthe-fx.com/products/luminair



ในบรรดา Pro Application บน iPhone ทั้งหลาย ผู้เขียนเห็นว่าซอฟต์แวร์ประเภท Controller จะนำมาใช้งานจริงจังได้ดีที่สุด คราวนี้ไม่เกี่ยวกับงานเสียงครับ แต่เป็นทีของทีม Light Show ด้วย DMX Controller ตัวนี้ที่ชื่อ Luminiar

เราสามารถใช้ iPhone/iPod Touch ส่ง DMX Protocol สำหรับควบคุมแสงบนเวที ผ่านเครือข่าย Wifi มีทั้ง Mixer ที่แม่นยำ ควบคุมการเปลี่ยนสี Color Changer แต่จุดที่น่าสนใจอยู่ที่ระบบ Monitoring ที่เปิดให้เราดูข้อมูล DMX ที่ใช้ในช่วงเวลาครึ่งนาที ซึ่งจะเป็นมาตรฐานที่ดีกับ MIDI/OSC Controller ที่จะทำออกมาทีหลัง โดยรวมแล้วเป็น App ที่มีความละเอียดในการใช้งานประมาณหนึ่ง มีคู่มือให้ดาวน์โหลดและใช้งานระดับอาชีพได้สบาย ราคาจึงอยู่ที่ $99.99 ถ้าจะใช้งานอย่างจริงจังในระดับอาชีพ อย่าลืมเรื่องความเสถียรของเครือข่าย Wifi ที่ใช้งานด้วยนะครับ

ProRemote จาก Far Out Labs

ราคา $149.99 (light version $39.99)

เว็บไซต์ http://www.folabs.com/


เนื่องจากเป็นผู้ผลิตจาก Hollywood ก็เลยต้องขายซอฟต์แวร์ที่ใช้ในวงการ Hollywood ProRemote เป็น Controller เพื่อ Pro Tools และ Logic Pro เป็นจุดประสงค์แรก (DAW ตัวอื่นๆจะอัพเดทตามมาเร็วๆนี้) การควบคุมจะทำงานร่วมกับ Desktop Software ที่ต้องโหลดมาติดตั้งต่างหาก ซึ่งจะทำให้เกิดการสื่อสารแบบไป-กลับ ควบคุมได้ 32 แชนแนล และ Transpot Control ราคานั้นค่อนข้างสูงเลยครับคือ $149.99 โดยจะมีตัวเล็กให้ใช้ในราคา $39.99 แต่จะตัดการทำงานเหลือ 8 แชนแนลและไม่มี Transpot Control สนับสนุนการทำงานในโหมด Mackie HUI นะครับ ดังนั้นซอฟต์แวร์ตัวไหนรับได้ ก็น่าจะทำงานได้เช่นกัน ข้อเสียเล็กน้อยที่เห็นคือ Animation ของ Mixer ยังไม่ลื่นเท่าไร เข้าใจว่าจะปรับปรุงให้ดีขึ้น พร้อม Features ที่ตามมาอีกในอนาคต

iTouchMIDI จาก Silicon Studios

ราคา ทั้งชุด $60

เว็บไซต์ http://www.itouchmidi.com/



ไฮไลท์อีกตัวหนึ่งของการใช้ iPhone/iPod Touch เป็น Controller ครับ เพราะ iTouchMIDI เป็นชุดซอฟต์แวร์ชุดใหญ่ที่ประกอบไปด้วย Control Interface แบบต่างๆ เช่นคีย์บอร์ด X/Y Pad สำหรับใช้ควบคุมอุปกรณ์ MIDI ตอนแรกดูเหมือนจะแจกฟรีด้วยครับ แต่สำหรับใครที่ต้องใช้งานจริงจัง เป็น Gold Member ก็สามารถเสียเงินซื้อเพื่อการอัพเกรดได้โดยตรง ไม่ต้องผ่าน iTune Store ข้อเสียอีกนิดหน่อยคือซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เป็น Server รับข้อมูลจาก iPhone นั้นรันได้เฉพาะบน Leoperd นั้นหมายความว่าเราไม่สามารถไม่ตรงๆ บน Windows หรือ Tiger นอกเสียจากเราต้องมีเครื่องใดเครื่องหนึ่งเป็น Leopard เพื่อเป็นช่องทางในการรับสัญญาณ MIDI มาใช้ต่อไป


iDrum จาก iZotope

ราคา $4.99

เว็บไซต์ http://www.izotope.com/products/audio/idrum/iphone/#s



อ่านชื่อไม่ผิดหรอกครับ เป็น iDrum ซอฟต์แวร์ที่หลายคนหลงใหลมาตั้งแต่สมัย Mac และต่อมากับ Windows อินเตอร์เฟซที่สวยงามล้ำสมัย เป็นลายเซ็นของ iZotope เหมือนเคย สังเกตว่ามันมีเอกลักษณ์เสียจนเราไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน ยิ่งถ้าได้ชมวิดีโอสาธิตแล้ว จะพบว่ามันยังเล่นง่าย เล่นสนุกอีกด้วย โดยจะแบ่งขายออกเป็นหลายๆ Edition แต่ละ Edition ราคา $4.99 ขณะที่เขียน มีให้เลือกซื้อ 2 Edition (Club และ Hiphop) แต่ละ Edition จะมี 20 Kits ซึ่งถ้าเทียบกับราคาแล้วสมเหตุสมผลถึงขั้นที่เรียกว่าถูกมาก เราสามารถใช้มันทำงานร่วมกับ iDrum Desktop ได้ โดยแลกเปลี่ยน Pattern และ Sample สามารถ Export Audio ในรูปแบบ Ringtone ได้ แต่จะเป็นต้องใช้ iDrum Ringtone Sync ซึ่งเป็น Desktop App อีกตัวเพื่อทำหน้านี้ Sync ข้อมูลส่วนนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงจังและคุ้มราคาจริงๆครับ